apple's profileHeLLo Apple ZeedPhotosBlogListsMore Tools Help

HeLLo Apple Zeed

apple seed

Occupation
Location
ap_ple654@hotmail.com

Windows Media Player

Thanks for visiting!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
chuwrote:
กาแฟซักถ้วยมั๊ย......Coffee cup
Nov. 9
chuwrote:
มาเยี่ยมบ้านapple หน่อย  มาเหนื่อย ๆ ขอน้ำกินหน่อยดิ
Nov. 5
~ ยิ น ดี ที่ ไ ด้ รู้ จั ก น ะ ค ะ ~ 
 
ว่าง ๆ ไปเยี่ยมเยียนกันบ้างเน้อ
Sept. 21
พี่เปิ้ลเพิ่งทามสเปซหรอ มิน่า ไม่ได้เห็นเลย คิดถึงนะคะ เปิดเทอมเจอกันนะ
May 6
Photo 1 of 1
November 10

love this song

     
....
 
 
You are a part of the most beautiful memories in my life :)
 
 
......
 
 
 
October 31

ฤดูฝน..จบแล้ว !!

        ฉันรักฤดูฝน....
        ทำไมน่ะเหรอ? ทำไมฉันถึงรู้สึกรักฤดูฝนได้มากมายขนาดนี้ ..
ก็พราะฉันหลงใหลในความชุ่มเย็นของเม็ดฝน.. ชื่นชอบความชุ่มช่ำทั้งระหว่างและหลังฝนตก.. รู้สึกชุ่มชื่น เย็นใจ รอบข้างเขียวชอุ่ม สดใส มันคงหมายถึงความงอกงาม การเจริญเติบโต การเริ่มต้น....มันคือความหวัง..คงอย่างนั้น ..ฉันคิดเอา
 
     มันเป็นอีกสิ่งนึงที่ทำให้มีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ และมันก็เป็นความสุขที่แท้จริง ลึกเข้าไปถึงข้างในจิตวิญญาณ .. ขนาดนั้น 5555
 
     มีแค่คนพิเศษในชีวิตของฉันเท่านั้นที่รู้..ว่าฉันรัก และ ชื่นชอบฤดูนี้มากแค่ไหน..
     อีกเหตุผล อาจเป็นเพราะฉันเกิดต้นฤดูฝน ..เกี่ยวกันไหม? :)
 
     ตอนนี้ฤดูฝนผ่านพ้น ฤดูหนาวเข้ามาแทนที่ นั่นไม่ได้แปลว่าความสุขของฉันจะเหือดหาย แต่มันจะปรับเปลี่ยนไปเป็นความสุขในอีกรูปแบบ....ฉันต้องพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงเสมอ..
 
     หากชีวิตของฉันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปพร้อมกับฤดูที่เปลี่ยนผ่าน ... นั่นก็คงเป็นเพราะถึงเวลานั้นแล้ว ต่อให้ฉันดื้อดึง ต้องการให้ทุกสิ่งเหมือนดังเดิมมากแค่ไหน แต่ฉันก็คงจะฝืนกฏของธรรมชาติข้อนี้ไม่ไหว "กฏแห่งการเปลี่ยนแปลง" ฉันไม่เคยฝืนมันได้เลย..แม้สักครั้ง !!
 
                                     ...........................
 
     สิ่งที่ฉันสามารถทำได้ก็แค่เพียง...
     ขอบคุณ...สำหรับการค้นพบความหมายของ "ความรัก"และ"ความสัมพันธ์" ในอีกรูปแบบ..ของชีวิต
 
     ขอบคุณ...กับการที่ทำให้ฉันได้ทำความเข้าใจและค้นพบว่า .. "ความสุข" เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด เพราะฉันสามารถสร้างมันได้เสมอ
 
     ขอบคุณ...ที่ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นให้หัวใจในวันก่อน .. (ฉันรักมือคู่นั้น .. ภาพแรกในวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมา ฉันยังคงจำได้ ..มือคู่นั้นกุมมือฉันไว้ .... รู้สึกอบอุ่น..ลึก..เข้าไปในหัวใจ และยังคงรู้สึกถึงความอบอุ่นนั้นได้ จนกระทั่งวินาทีนี้ ..)
 
     ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันก้าวผ่านจาก "ความยึดติด" "คาดหวัง" "เดือดดาล" และค้นพบว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร ..แค่เห็นเค้ามีความสุขกับทุกสิ่งที่เค้าเลือก กับทุกสิ่งที่เค้าทำ มีความสุขกับคนรักของเค้า มีความสุขกับงานของเค้า (....ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่การที่ใครๆต่างยกย่องให้เป็นศิลปิน ไม่ใช่งานที่ขายได้เป็นแสนเป็นล้าน ไม่ใช่การที่ได้ไปแสดงผลงานที่นิวยอกซิตี้ แต่มันคือความสุขทุกๆครั้งในทุกๆขั้นตอนของการสรรค์สร้างงานแต่ละชิ้น ....และมากกว่านั้น...ฉันเชื่อว่าทุกชิ้นงานของเค้ามีส่วนช่วยในการจรรโลงโลกใบนี้ให้งดงามกว่าเดิม  ..
     เค้าเก่ง .. ฉันรู้ ..)
 
 
     ...หากนี่คือความสุขที่แท้จริง...ฉันก็คงจะค้นพบมันแล้วล่ะ...
    
     
     
    และที่สุดแล้ว ฉันหวังเพียงแค่ ... เมื่อใดที่ฝนตก แม้มันจะทิ้งเวลายาวนานไปอีก 8 เดือนนับจากนี้ .. กว่าที่เม็ดฝนต้นฤดูหยดแรกจะตกลงมาจากผืนฟ้า  ....  เพียงแค่เค้า "นึกถึงฉัน" ...เพียงเท่านี้ ... ฉันก็เป็นสุขในหัวใจมากแล้ว ....
 
...
October 23

นานมากแล้ว

      โอโฮ..นานมากแล้วที่ไม่เคยได้อัพเลย ก็หนีไปเล่น ฮิฮ่า กะ เฟสบุ๊ค ซะตั้งนาน พอกลับมาเล่นอีกทีก้อรู้สึกดีเหมือนเดิม เพราะเป็นที่เอาไว้บ่น บ่น บ่น และบ่น 5555
ตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว แก่ขึ้น อ้วนขึ้น (อันหลังท่าจะไม่เกี่ยว) และชีวิตก็กำลังจะถึงเวลาเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง !!
 
February 15

อีกแล้ว..

 
อีกไม่ถึงเดือนก็จะต้องไปแล้ว ไม่ได้อยู่ที่นี่แค่ 4 เดือนเอง ทำไมอยู่ๆก็รู้สึกกลัวขึ้นมาดื้อๆซะได้ แต่มันรู้สึกกลัวจริงๆ กลัวว่าถ้ากลับมาแล้ว อะไรๆที่เคยเป็น เคยมี มันจะไม่เหมือนเดิม
ณ. วันนี้ ไม่รู้แล้วว่าจะไปที่นั่นทำไม ไปเพื่ออะไร ใจมันล้าเกินกว่าที่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น ไม่มีไฟ .. และที่สำคัญ ไม่มีคนเติมเชื้อไฟให้อีกแล้ว...ต่อไปคงต้องเติมให้ตัวชั้นเอง..!!!!
.........วันนี้ก็ได้แต่" ภาวนา "ให้ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเดิม ดังเช่นเวลานี้ ...
 
 
 
January 16

วีซ่า

พรุ่งนี้แล้วอ่ะ ที่ต้องไปสัมภาษณ์วีซ่า ที่สถานฑูตอเมริกา ก็รู้ว่ามันไม่มีไรยาก แต่ก็กังวลอยู่ดี
ถ้าเกิดไม่ผ่านขึ้นมา ต้องเสียทั้งเวลาทั้งเงินทองไปตั้งเยอะ ..สา...ธุ ขอให้ผ่านทีเถิด...
ไปก็ไม่ถูก รู้แต่ว่าอยู่บนถนนวิทยุ คงต้องพึงพี่แท็ก(ซี่)เท่านั้น คนที่บอกว่าจะไปเป็นเพื่อนก็ดันไม่อยู่อีก..โกรธๆๆๆๆ
ให้ตายเหอะ ชั้นต้องไปคนเดียวจริงๆเหรอเนี้ย..ไม่อยากจะเชื่อเล้ย
อันที่จริงก็ไปได้ทุกที่บนโลกใบนี้ ไม่เคยกลัวเลยสักครั้ง แต่กรุงเทพนี่เป็นข้อยกเว้นจริงๆ ไม่ชอบเลย..(บ้านนอกจิ๊ง)
 
เอาน่าเปิ้ล...สู้ๆ summer นี้จะได้ไปตะลุยUSA สักกะที
 
October 28

The Nature

 
October 27

orange apple

 
September 10

ยังเหมือนเดิม

 
ชีวิตก็ยังเหมือนเดิม..เรียน เรียน และเรียนหนักขึ้นทุกวัน
ที่สุดแล้วสารนิพนธ์ก็เป็นเพียงแค่รายงานเล่มเล็กๆที่หัดให้เราทำวิจัย..แค่นั้น 
เปล่าหรอกแค่ทุกวิชาที่เรียนมีรายงานหรืองานที่นอกเหนือจากเรียน..ขอย้ำ...มีงานทุกวิชา
ก็ไม่มีไร..แค่เหนื่อย..บางอันก็ทำไม่ทัน หลายๆงานก็น่าจะดีกว่าที่ทำได้
แต่เพราะข้อจำกัดของช่วงเวลาจึงได้มาเท่านี้
งานทุกอย่างมาสุมกันต้องส่งภายในเดือนนี้ทั้งหมด นี่ยังไม่นับ final test ..ตาย...จะตายอยู่แล้ว
reading Korean ก็ไม่ได้เข้าเรียนเลย ไม่รู้ว่า อ.ต่ายจะโกรธป่าวดิเนี้ย..
คิดว่าคงไม่โกรธแต่เทอมหน้าอาจจะไม่ให้ช้านเรียนอีกแล้ว..เฮ้อ.ก็ดันทำตัวเอง
 
ไม่รู้ว่าจบไปชั้นจะเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพแค่ไหนกัน
จะเอาความรู้ไปหากินเลี้ยงตัวเองรอดป่าวก็ยังไม่รู้เลย
..คิดไรมากหว้า..เปิ้ล..อีกตั้ง 2 ปีแกถึงจะจบ อย่าเครียดๆ
ทำแต่ละวันให้ดี..ถ้าเกิดตายไปแบบกะทันหัน จะได้ไม่มานั่งคร่ำครวญเสียดาย
 
เอาล่ะ..จงจำไว้ว่าชั้นเป็นเพียงคนธรรมดา มีทั้งผิดทั้งพลาด...
ก็ทำในสิ่งที่อยากทำและทำหน้าที่ของชั้นเองให้ดี.ก็พอ
...สู้ๆ..นะ..อีหมู
August 20

แค่นี้ก็ดีแล้ว

ไม่รู้ว่าชีวิตเราเป็นอะไรซิน่า
 เวลาเจอคนที่เค้าดีกับเราทีไรมันก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆทุกที
ถ้าไม่ด้วยเหตุผลของหน้าที่การงาน ก็เป็นเหตุผลของการเดินทางทำตามความฝัน
ที่ทำให้ต้องห่างกัน
บางคนก็ห่างกันแค่ชั่วคราว แต่บางคนก็ห่างกันชั่วชีวิต
 
เป็นใครบางคนที่เดินทางผ่านมาเพื่อพบ
ทำความรู้จัก มอบสิ่งดีๆ  มอบรอยยิ้ม มอบความสุข  มาทำให้เราแข็งแรงขึ้นแล้วก็จากไป
มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ มิตรภาพดีๆ มันเกิดขึ้นได้เสมอ เกิดขึ้นได้ทุกที่ ฉันเชื่ออย่างนั้น...
 
ถึงฉันจะอยากให้คนเหล่านั้นอยู่กับฉันตรงนี้ มันก็ดูเอาแต่ใจเกินไป..
และในความเป็นจริง..มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
 
แค่นี้ก็ดีแล้ว..
ฉันได้เรียนรู้ ฉันมีความสุข โลกแห่งความเป็นจริงของฉันมันกว้างใหญ่มากกว่าที่เคยคิด
ใครเหล่านั้นเป็นผู้นำทาง และเมื่อถึงเวลา ก็คงต้องการให้ฉันเดินไปด้วยตัวของฉันเอง
แค่นี้ก็ดีแล้ว...แค่ได้เกิดมาพบกันก็ดีแล้ว...
 
ขอบคุณทุกๆคน กับทุกๆสิ่งๆ 
 
 
July 31

ใครสักคน

 ใครสักคน

ใหม่ เจริญปุระ

 

 

เคยมีบางคน ที่ฟ้าบังเอิญให้เจอะกัน ให้ฉันนั้นเคลิ้มไป
เคยมีบางคน ที่เข้ามาทำให้อุ่นใจ และคิดจะร่วมทาง
แต่พอไม่นานนักแล้วเขาก็ไป ไม่เคยมีคนไหนจริงจัง

เคยมีบางมือ ให้ฉันกุมมือเดินด้วยกัน แค่นั้นเขาก็ไป
และเคยมีแววตา ที่ฉันเคยมองแล้วสุขใจ และแล้วก็ลากัน

จะมีสักคนไหมที่รักกันจริง จะมีสักคนไหมคนที่เขาไม่จากไป

ฉันพร้อมให้เค้าจนหมดใจ จะมีไหมสักคน
ที่เกิดมาเพื่อจะมาอยู่ด้วยกัน ตื่นตอนเช้าก็ได้เห็นเขาก่อนใคร
และมีเขาข้างกายเมื่อหลับตา เขาคนเดียวเท่านั้นเอง

ที่ผูกพันเป็นตัวจริง ไม่ใช่เพียงเจอกันเพื่อจากไป จะขอแค่เพียงใครสักคน

จะมีสักคนไหมที่รักกันจริง จะมีสักคนไหมคนที่เขาไม่จากไป

ฉันก็พร้อมให้เขาจนหมดใจ จะมีไหมสักคน
ที่เกิดมาเพื่อจะมาอยู่ด้วยกัน ตื่นตอนเช้าก็ได้เห็นเขาก่อนใคร
และมีเขาข้างกายเมื่อหลับตา เขาคนเดียวเท่านั้นเอง

จะมีสักคนไหมที่รักกันจริง จะมีสักคนไหมคนที่เขาไม่จากไป

ให้เขาพร้อมให้ฉันจนหมดใจ จะมีไหมสักคน
ที่เกิดมาเพื่อจะมาอยู่ด้วยกัน ตื่นตอนเช้าก็ได้เห็นเขาก่อนใคร
และมีเขาข้างกายเมื่อหลับตา เขาคนเดียวเท่านั้นเอง

ที่ผูกพันเป็นตัวจริง ไม่ใช่เพียงเจอกันเพื่อจากไป

จะขอแค่เพียงใครสักคน...

Korean mv

  
July 30

พอแล้ว..

 
พอ..พอ...พอ..พอแล้ว
ฉันจะหยุดทุกอย่าง
 
ต่อไปนี้ฉันจะทำทุกสิ่งที่ฉันอยากจะทำ
ต่อไปนี้ฉันจะทำทุกสิ่งที่ฉันฝัน 
 
ชีวิตของฉันจะเป็นของฉัน
ฉันจะเริ่มต้นชีวิตของฉันอีกครั้ง
ฉันจะยึดมั่น
และ
ศรัทธราในตัวฉันเอง
 
ฉันจะก้าวเดินต่อไป..อีกครั้ง
ถึงแม้..จะไม่รู้หนทางข้างหน้า
และไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน
ไม่ว่าฉันจะเลือกทำในสิ่งใด 
ผิด..หรือ ..ถูก
ฉันจะไม่มีวันเสียใจ
เพราะทุกสิ่งที่ตัดสินใจ..
นั่น
ย่อมดีที่สุดแล้ว
และฉันก็จะก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้
ด้วยตัวของฉันเอง
 
นับจากนี้ไป
ชีวิตจะเป็นของฉัน..อีกครั้ง
 
 
 
July 10

เหนื่อย...

เหนื่อยจัง...
เป็นอะไรไปอีกแล้วเนี้ย
อยากกลับบ้าน อยากกอดแม่อ่ะ
อยากจะขอแบ่งพลังจากแม่ให้หนูซักนิดนึง
แค่ให้ผ่านช่วงนี้ไปก็พอ
 
 
สุขภาพจิตของเราดีขึ้นเยอะ
แต่สุขภาพกายมันยังกระท่อนกระแท่นอยู่เลย
วางแผนว่าเปิดเทอมจะไปวิ่งที่สนามจันทร์
นี่ก็ผ่านมาเดือนนึงแระ ยังไม่ได้เฉียดไปแถวนั้นเลย
ตัวเราต้องดูแลเองนะเปิ้ล...เริ่มซักทีเหอะ
 
 
แต่ก่อนจำได้ว่าเราแข็งแรงมาก ขอให้บอกทำได้ทุกอย่าง
แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์บางอย่าง กลายเป็นว่าอ่อนแอไปซะ
เดี๋ยวเป็นนั่นเป็นนี่ตลอด พอสุขภาพจิตแย่ สุขภาพกายก็แย่ลงด้วย ป่วยบ่อย
แถมเป็นหนักอีกตะหาก ผอมลงเยอะ(อันนี้ถือว่าเป็นข้อดี..อิอิอิ)
แล้วก็โทรมมาก(อันนี้ไม่ชอบเลยอ่ะ)
 
 
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะดีขึ้นมากแล้วก็ก็เถอะ แต่มันก็น่าจะดีกว่านี้
เราต้องดูแลตัวเอง รักตัวเองให้มากๆนะเปิ้ล
ไม่มีใครจะคอยมาบอกมาเตือนเราตลอดหรอก
สงสารแม่ด้วย พอเราป่วยแต่ละที แม่ทุกข์มากกว่าเราซะอีก
ไม่รู้ว่าต้องทำให้แม่ร้องไห้กี่หนแล้ว ทั้งทีก็รู้ว่าแม่ร้องไห้เพราะสงสารลูก
ไม่ใช่เพราะเราทำอะไรที่ไม่ดี ตกนรกขุมขุมที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ทำให้แม่ต้องเสียน้ำตา..
 
 
อยากทำอะไรก็ตองรีบทำ แล้วต้องทำให้ดีด้วย
เพราะชีวิตมันไม่แน่นอนเลย แถมเรายังเป็นแบบนี้อีก
รักษาสุขภาพ พอเรียนจบ จะได้ทำงานเลี้ยงพ่อกับแม่ซักที
ไม่อยากให้ต้องทำงานหนักแบบนี้อีกแล้ว..
 
..เรารู้ว่าเราต้องทำได้..
(ถ้าเราเชื่อว่าทำได้ เราก็จะทำได้..เหมือนที่พี่จอยเคยบอกไว้ไง)
 
 
 
 
 
 
 
 
July 08

เรียน เรียน เรียน !!!

     เทอมนี้ถือว่าเรียนเยอะ ..แล้วแถมยังขอ อ.ต่ายลง sit in reading Korean อีกตะหาก ไม่ดูตัวเองเล้ยยายเปิ้ล เพราะงานเยอะมาก พวกเด็กเรียนวิชาเอกเกาหลี ขยันกันโครต หาศัพท์มาก่อน อ่านกันทีแบบว่าพี่เรนมาเองกันเลยเชียว ทุกคนแปลกันได้อ่ะซึ่งแตกต่างกับดิฉันอย่างสิ้นเชิง แต่จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน  เพราะมันทำให้เราขยันขึ้น(คิดเอง) ทักษะในการแปลดีขึ้น(คิดเองอีกแล้ว) ผ่านศัพย์เยอะมาก แต่จำไม่ได้อ่ะ  
 
     แต่ class ของ อ.คิม เนี้ยซิ ยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย แต่อ.คิม ก็ใจดีมาก พูดช้าๆ อธิบายกันแบบ 3 ภาษาทั้งเกาหลี อังกฤษ ไทย(ไฮโซที่สุด..แต่ก็ไม่เห็นจะได้เรื่องสักภาษาเล้ย )  ก็ถือว่าคิดถูกแล้วล่ะที่ลง sit in นี่กะว่าถ้ามีเวลาเหลือจะขอ sit in speaking and listening english ของอ.อลาสแตเพิ่มด้วยนะเนี้ย แบบว่าเทอมนี้ฟิตมาก แต่เสียดายที่เวลาไม่ตรงกัน เดี๋ยวคอยเทอมหน้า จะเรียนให้หายโง่ไปเลย
    
     ถ้ารู้ว่าขอ sit in ได้ จะเรียนตั้งแต่ปี 1 เลย แต่เพิ่งรู้เมื่อเทอมที่แล้วนี้เอง( ขนาดเรื่องนี้ยังไม่รู้เลย กรุณาอย่ามาถามว่ารู้จักใครบ้างที่คณะ เพราะหนักกว่านี้อีก) ไหนๆก็เสียค่าเทอมทั้งทีก็เรียนอันที่อยากเรียนให้หมดเลย  มันดีตรงที่เข้าเรียนได้ความรู้โดยที่ไม่ต้องสอบเนี้ยแหละ ขืนลงแบบคิดเกรด มีหวังติดโปรแหงๆ
 
     แล้วเทอมนี้ต้องทำสารนิพนธ์ต่อเนื่องไปถึงเทอมหน้า สรุปว่าสารนิพนธ์ 6 หน่วย ไม่ใช่ 3 หน่วย มาถึงตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะทำเรื่องอะไร ข้อมูลของประเทศเกาหลีก็น้อยจังเลย พอถึงตอนนี้เริ่มอิจฉาเพื่อนที่เรียน จีนกับญี่ปุ่น ซะแระ ก็หนังสือมีเต็มห้องสมุดเลยอ่ะ 
 
ปล. ตอนนี้เอาคอมเครื่อง pc มาใช้ที่หอ เสียค่า connection เดือนละ350 แถมยังกินไฟอีกตะหาก รายจ่ายเพิ่มอีกแล้ว
 
    
 
 
July 07

บอกไม่ถูก...!!!!!

วันนี้ตอนค่ำๆหลังฝนหยุดตก ก็ออกมาจากห้องสมุดเดินผ่านตึกกะทะ มีนักศึกษานั่งใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคอยู่สองคนและข้างๆก็มีพี่พนักงานรักษาความปลอดภัย (ขออนุญาติเรียกว่าพี่ยามนะคะ)ที่ประจำอยู่หน้าธนาคารทหารไทย กำลังทำอะไรบางอย่าง ก็เลยหันไปมอง พี่เค้ากำลังเก็บขวดพลาสติกจากถังขยะ มือหนึ่งก็ถือถุงพลาสติกใบใหญ่ที่มีขวดน้ำอยู่เกือบเต็ม อีกมือหนึ่งก็เลือกหาของที่ใช้ได้ในถังขยะ
 
เวลานั้นมันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ บอกไม่ถูกจริงๆ ช่วงแค่ไม่กี่วินาที่เดินผ่านตรงนั้น ในหัวมันคิดอะไรมากมาย มันรู้สึกอยากจะร้องไห้อ่ะ ไม่รู้ทำไม ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้สงสาร ไม่อะไรเลยสักอย่าง  แต่กลับรู้สึกถึงความแตกต่าง ทั่งๆที่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างเลยสักนิด ต่างคนต่างก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง เราเอง คิดเอง ว่าเราโชคดีกว่าพี่ยามคนนั้น แต่ใครจะรู้ บางที่พี่เค้าอาจจะมีความสุขมากกว่าเราก็ได้ เราน่ะมักเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานตัดสินสิ่งต่างๆอยู่เรื่อย...  จริงๆแล้วที่เป็นแบบนี้มันคือความสมดุลของโลกเรารึเปล่า....   ไม่รู้ดิ สงสัยเราจะเริ่มเพี้ยนแล้วล่ะ....
June 27

ตอนนั้นกับตอนนี้

 
http://sorrychou.blogspot.com/2007_01_01_archive.html
 
เคยมั้ย???
ตอนนั้นตอนที่ยังเด็กเราอยากจะโตไวๆ
ก็ไม่รู้ว่า..เพราะอะไร??
อาจเป็นเพราะอยากไปที่ไหนๆได้อย่างอิสระ
มีชีวิตเป็นตัวเอง หรือ อยากใช้ชีวิตแบบที่ผู้ใหญ่เค้าใช้กัน
 
แต่พอมาถึงตอนนี้ ตอนที่เริ่มเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาจริงๆ
กลับไม่เหมือนอย่างที่เคยคิดไว้
ไม่ได้งดงามอย่างที่เคยฝัน
 
 
 
ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมถึงดูมากมาย
..จนรู้สึกเหนื่อย..
เหนื่อย..จนทำให้อ่อนแอ
เหนื่อย...จนชีวิตดูสับสน
 
ไม่รู้ว่าถ้ายิ่งโตกว่านี้จะเจอกับอะไรอีกบ้าง?
 
 
ไม่เอาแล้ว.. ไม่อยากจะโตอีกแล้ว
ขอเป็นเด็กต่อไปอีกได้รึปล่าว???
 
.........................
 
 
 
 
 
 
 
June 16

เซ็งอ่ะ(ขอบ่นหน่อยเหอะ)

ขึ้นปี4แล้วอ่ะ ทีแรกก็ดีใจ ว่ายังงัยซะชั้นก็จะต้องจบภายในปีนี้แน่ๆ แต่ที่ไหนได้ ความฝันพังทลายไปแระ...โอ้ย..เซ็งจิง...ต้องอยู่เป็นป้าเฝ้าคณะ คิดแล้วเซ็งชะมัด
 
อยากจะจบๆซักที เหนื่อนะนี่เรียนในมหาลัยเนี้ย หัวก็ไม่ได้ดีอะไรเล้ย ที่ผ่านมาได้ก็อาศัยเอาขยันเข้าแลก  ค่าเทอมก็ใช่จะถูก ไหนจะค่าอยู่ ค่ากิน ค่าหอ ค่าหนังสือ ค่านู้นค่านี่  แม่จะยังมีส่งอีกอ่ะป่าวก็ไม่รู้ ก็บอกแม่ว่าจะขอให้แม่ส่งอีกแค่ 4 ปีจะเลิกขอตังค์แม่ใช้แล้ว ใครมีงาน parttime อะไรแนะนำก็บอกกัน
บ้างเน้อ เท่านี้ยังไม่พอ..แล้วนี่ยังต้องเปอร์ไปอีกตั้งปี กว่าจะจบ ถ้ารู้งี้ตั้งแต่แรกไปเรียนที่ มอ.ปัตตานี (อุตส่าเอนท์ติด..แบบว่าชอบทะเล อยากอยู่ที่ใกล้ๆทะเลอ่ะนะ) ก็คงจะช่วยเซฟตังค์แม่ได้เยอะเลย เพราะจะอยู่แต่ในมอ.ไม่กล้าออกไปไหน ก็คงจะรู้กันอ่ะนะว่าเพราอะไร???  หรือไม่ก็ไปเรียนที่อินเดียนู้นเลยเพราะค่าใช่จ่ายเท่ากับที่อักษรเลย เผลอๆถูกกว่าด้วย แถมยังได้ภาษาแบบ native speaker แล้วยังเป็น 1 ในแหล่งอารยธรรมของโลกอีกตะหาก..เหอ.เหอ..คิดช้าไปแล้วเรา
 
อยู่ที่ศิลปากรก็ดี มีคุณภาพ มหาลัยก็สวย เป็นมหาลัยอินดี้  ใส่ชุดไปรเวทเข้าเรียนได้ มีชีวิตเหนือกฎเกณณ์ถ้าเทียบกับมหาลัยอื่น มีอิสระมากๆ มีศิลปะขัดเกลาจิตใจ ถึงตอนนี้มันจะดูเล็กลงเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่พอเริ่มสำนึกได้ว่าภาษาอังกฤษมันสำคัญกับชีวิตของเราขนาดนี้ มันก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย ก็นั่นอ่ะนะเสียอย่างก็ได้อย่าง แต่ตอนนี้เราก็พยายามเรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่ ก็ไม่รู้จะได้เรื่องแค่ไหน ยิ่งโง่ๆอยู่ด้วย ถึงแม้ว่ามีพี่คนนึงที่เราเคารพบอกว่าเราสามารถทำได้ทุกอย่างขอเพียงให้เราลงมือทำเท่านั้นล่ะ แต่มันไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ ....
 
พอแระ...ยิ่งคิดยิ่งเครียดอ่ะ... 
 
 
 
 
May 02

Life in Pai

  May02,07
 
         จากบ้านช่องมาอยู่ที่อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เดือนครึ่งแล้ว (ก่อนมาตั้งเป้าว่าถ้าอยู่ครบเดือนก็เจ๋งแล้ว)ทีแรกแค่กะจะมาฝึกภาษาอังกฤษ(เผื่อว่าวันนึงจะได้โกอินเตอร์กะเค้าบ้างอ่ะนะ)แล้วก็อยากลองมาทำงานหาประสบการณ์ในรีสอทดู  แต่สิ่งที่ได้มันมากกว่าที่คิดแฮะ...เริ่มวันแรกก็ใบ้รับประทานซะแล้ว..ฟังก็ไม่รู้เรื่อง พูดตอบก็ไม่ได้  งานรีสอทแบบนี้ก็ไม่เคยทำมาก่อน..ให้ตายเถอะโรบิน..อะไรจะยากขนาดนี้เนี้ย..กลับบ้านดีกว่ามั้ง..แต่คิดดูอีกที  ไหนๆก็ยอมเวียนหัวเป็นร้อยๆโค้งกว่าจะมาถึงได้ จะกลับง่ายๆก็กระไรอยู่..ลองดูซักตั้ง..ก้าวแรกมันยากเสมอแหละน่า.. 
 
          หลังจากอยู่ไปสักพักก็เริ่มชินหู ชินปาก ชินงาน อย่างน้อยเจอฝรั่งก็ไม่หนีเหมือนเมื่อก่อนแล้วล่ะวะ อะไรที่ฟังรู้เรื่อง ก็จัดให้ อะไรที่ฟังไม่รู้เรื่องก็กวักมือเรียกพี่ตู่(พี่receptionist) help me,please ก็แค่นั้นเอง ของพรรณนี้มันต้องใช้เวลาในการสั่งสม เก็บไปเรื่อยๆ มันก็จะดีขึ้นไปเองอ่ะแหละ ไอ้เราเร้อ..แม่อุตส่าส่งให้เรียนโรงเรียนที่สอน
 อังกฤษตั้งแต่อนุบาล นี่ก็จะจบมหาลัยอยู่แล้ว ยังปลาๆ งูๆอยู่เลยอ่ะ ไม่รู้เป็นเพราะขี้เกียจไม่ใส่ใจ หรือเป็นที่ระบบการศึกษาของไทยไม่ได้เรื่องกันแน่ (สงสัยจะเป็นที่กรณีแรกมากกว่า
 ..รำไม่ดีโทษปี่โทษกลองนี่เรา)   มาที่นี่ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเชียวล่ะ ไม่ใช่แค่นี้นะ ยังได้เพื่อนชาวแคนนาเดียนอีกต่างหาก(ก็เน้นผู้ชายอ่ะนะ..ล้อเล่น) ได้เรียนรู้การทำงานในชีวิต
 จริงๆ เรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม อากาศ วัฒธรรม มันเป็นของจริงและท้าทายกว่าในclassหลายเท่าตัว  ทำผิดก็ต้องยอมรับผิดแล้วปรับปรุงแก้ไข อะไรที่พลาดไปแล้วก็
 เรียนรู้ จดจำ และพยายามที่จะไม่ให้พลาดอีก ก็ยึดหลักที่ว่าคนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยลงมือทำอะไรเลย .....
 
          

My birthday

        เมื่อวาน วันที่ 1 พ.ค. เป็นวันคล้ายวันเกิดของเปิ้ล แม่แดงโทรมาหาแต่เช้าตรู่ เป็นคนแรกที่อวยพรวันเกิดให้ และก็เป็นคนเดียวที่ไม่เคยลืมวันนี้เลย...
วันที่แม่..เจ็บที่สุด..และก็เป็นวันที่แม่..มีความสุขที่สุด 
        ...เจ็บ..ที่หนูได้เวลาออกมาดูโลกใบนี้ แม่ต้องลำบากอุ้มท้องมา 9 เดือน เป็นช่วงที่ร่างกายเสี่ยงกับอันตรายมากที่สุด ยิ่งตัวของหนูโตมากขึ้นเท่าไหร่ หัวใจของแม่ก็ยิ่งถูกเบียดให้ทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น 
        ...มีความสุข..ที่ได้เห็นลูกของแม่ลืมตาดูโลกใบนี้อย่างปลอดภัย
 
  เมื่อก่อนนี้ พอถึงวันเกิด ก็จะคิดถึงแต่ว่า ต้องเลี้ยงวันเกิด ต้องเป่าเค้ก  ต้องสนุกกับเพื่อนๆ จะได้อะไรเป็นของขวัญกันนะ ก็แน่นอนล่ะ...เป็นวันพิเศษนี่นา แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญของวันนี้สำหรับเปิ้ลคือการมองย้อนกลับไปถึงวันแรกที่เรามีตัวตนขึ้นมาได้ ..แล้ว..ขอบคุณ..คนคนนั้น..ในวันเดียวกันกับที่..คนคนนั้น..ได้ยินเสียงร้อง..แรก..ของเรา
        .....ขอบคุณค่ะ...แม่...หนูรักแม่ค่ะ
 
ปล.แม่รู้มั้ยค่ะ เวลาที่หนูได้บอกว่า"หนูรักแม่" และโดยเฉพาะเวลาที่หนูได้"กอดแม่"เนี้ยน้า..เหมือนหนูได้เพิ่มพลังชีวิตขึ้นมาอีก มันเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดในชีวิตเล็กๆของหนูเลยล่ะค่ะแม่...